I will never forget you

posted on 26 Jun 2009 00:48 by flyhigh  in Travel

การเดินทางในเวียดนามของฉันเริ่มต้นที่เมืองเว้ เมืองที่อยู่นอกเหนือการคาดหมายจริงๆ รถราพลุกพล่านราวกับรถทุกคันรถติดไฟและไซเรน ต่างแผดเสียงร้องแสดงความเร่งรีบตลอดทั้งแนวถนนและทุกแยก ไม่ว่าจะกำลังวิ่งหรือกำลังจะแซง ที่แปลกคือฉันไม่ค่อยเห็นไฟจราจรที่นี่พอๆกับที่ไม่ได้เห็นอุบัติเหตุเลยตลอดการเดินทางในเวียดนาม

การไม่คาดหวังมักจะทำให้เรารู้สึกเหนือความคาดหมายเสมอ ฉันคงพูดเช่นนั้นได้ เว้มีเสน่ห์ทั้งในแบบเร่งรีบและเงียบสงบ เขตเมืองเก่าและตึกสมัยใหม่เข้ากันได้ดีเมือตั้งอยู่ในที่ๆเหมาะสม ชีวิตเรียบง่ายกับร้านริมถนนบวกกับเฝอรสชาติดีเท่านี้ก็คงเพียงพอสำหรับคืนนี้

ฉันก้าวเท้าห่างออกจากความวุ่นวายบนท้องถนน ผ่านสวนสาธารณะร่มรื่นริมน้ำ เก้าอี้ยาวตลอดแนวลำน้ำสำหรับนั่งมองแสงสียามค่ำคืน ทั้งแสงสีที่เปลียนแปลงอยู่ตลอดจากแนวสะพานและแสงสว่างจากห้างสรรพสินค้าฝั่งตรงข้ามทำให้แม่น้ำหอมแม่น้ำสายหลักของเมืองสายนี้น่ามองอยู่ไม่น้อย  

ในความเร่งรีบของผู้คนเหนือสะพานตรังเทียน ฉันกลับพบความเงียบสงบที่นี่เหนือผืนน้ำ ช่างภาพอาชีพเดินผ่านไปมาหาลูกค้าที่ต้องการภาพถ่ายคู่กับสะพาน ฉันชอบช่างภาพอาชีพที่นี่จัง ไม่เร่งรัดหรือยัดเยียดการขายภาพจนเกินไป เพราะฉันเข้าใจดีว่าในบรรยากาศแบบนี้ทุกคนคงต้องการช่องว่างส่วนตัวเสมอ

ฉันนั่งมองสะพานและผู้คนที่ต่างเดินไปมาหามุมโปรดของตัวเอง ในความจอแจของผู้คนครอบครัวช่างภาพอาชีพยังคงรองาน ทั้งสามีและภรรยาต่างมีกล้องคนละตัว เด็กชายหญิงสองคนวิ่งเล่นอยู่รอบๆ นานๆทีจึงจะได้ยินเสียงเตือนจากพ่อหรือแม่ จะมีใครซักกี่คนที่ได้ทำงานแบบพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวอย่างนี้นะ   

เด็กทั้งสองคนเมียงมองมาที่เครื่องเล่น MP3 เครื่องเล็กที่ฉันฟังอยู่ สายตาอยากรู้อยากเห็นนั้นมองมาจนฉันต้องหันไปมองบ้าง เจ้าคนโตขยับมาอยู่ข้างซ้ายในขณะที่เจ้าคนเล็กนั่งอยู่ข้างขวาเราสามคนนั่งมองสะพานเปลี่ยนสี

ฉันยื่นหูฟังข้างหนึ่งให้เด็กชาย เราฟังเพลงเดียวกันและเรายิ้มให้กัน ฉันสัมผัสได้ถึงรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ ดูเหมือนน้องสาวคนเล็กจะอยากฟังบ้าง ฉันจึงยื่นหูฟังไปให้น้องสาวคนเล็กบ้าง ฉันเห็นเด็กทั้งสองตั้งใจฟังบทเพลงนั้นเหมือนอยากรู้ความหมายทั้งที่มันเป็นเพลงไทย เราสามคนหัวเราะให้กับภาษามือที่เราต่างพยายามสื่อสาร  

"one two three four five ......"

เสียงท่องเจื้อยแจ้วจากเด็กชาย แม้ไม่อาจสื่อความหมายเป็นคำพูดได้ แต่ทำไมฉันเข้าใจความหมายมันได้ดีเหลือเกิน

เมื่อสะพานไม่เปลี่ยนสีแล้ว เราจึงต่างลาจากกันด้วยรอยยิ้ม ฉันหันกลับไปมองอีกครั้งพร้อมกับบอกเด็กน้อยว่า

"one two tree four five......"

สำหรับคนอื่นฉันไม่รู้ว่าแปลว่าอะไรแต่สำหรับฉันมันแปลว่า

"I will never forget you" 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

.
.
.
.
.
.

big smile
I will never forget you

น่ารัก อบอุ่น นุ่มนวลครับ
big smile
ดนตรียังคงเป็นภาษากลางของโลกเสมอ

ผมชอบเวียดนามนะ แม้มันจะวุ่นวายนิดๆ

#4 By Clepsydra:: on 2009-06-26 12:32

อ่านแล้วลื่นไหลจริงๆbig smile

ชอบมากๆHot!
น่ารักค่ะ..big smile บรรยากาศนั่งฟังเพลงกับเด็กน้อย..

one two tree four five.

meaning

I will never forget you.

big smile
Hot!
"one two three four five six seven eight nine ten! เย้ๆ"big smile

#7 By นกจร on 2009-06-26 18:52

เขียนบรรยายดีจัง open-mounthed smile

อยากหม่ำเฝ่อชามโตๆ แหะๆ

#8 By 'ฟาย..ฟลาย on 2009-06-30 06:48

มิตรภาพจะอบอวล ผมเชื่อว่าคุณจะต้องกลับไปยืนมองสะพานเปลี่ยนสีอีกครั้งbig smile

#9 By E.T.*** on 2009-06-30 10:17

ไปแน่นอนค่ะ แต่ตอนนี้วางแผนบินเดียวไปเขมรอยู่ค่ะsad smile tongue

#10 By บิน on 2009-06-30 14:07

ประทับใจจังค่ะ
มิตรภาพ ดินแดนต่างเมือง ต่างภาษา

...
เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ
ดูแลตัวเองด้วย

#11 By คนกวาดใบไม้หลังเอ 4 (116.68.144.234) on 2009-06-30 15:15

อ่านแร้วรู้สึกดีจังbig smile