ความมืดเริ่มปกคลุมเมืองเล็กเมื่อแสงตะวันลาลับ แต่เสน่ห์ของฮอยอันไม่เคยจางหาย กลับมีสีสันที่

สว่างไสวในความมืดเข้ามาแทนที่ เราเดินย้อนกลับมาดูร้านโคมไฟอีกทีริสะเพื่อนฉันก็ลิงโลดใจไป

กับความงามของแสงสีในโคมไฟที่ถูกจุด ที่นี่มีโอกาสทักทายสองหนุ่มไทย ที่แม้ไม่ได้ร่วมทางแต่

ก็เรียกว่าเราแทบจะเดินทางไปบนเส้นทางเดียวกัน ทั้งสองหนุ่มกำลังถ่ายภาพโคมไฟยามค่ำคืน

แอบเห็นฝีมือถ่ายภาพเขาแล้ว แม้ฉันไม่ใช่มืออาชีพแต่ก็อดใจไม่ไหวขอถ่ายบ้างแล้วกัน   

 

 

จบจากดูไฟแล้วก็คือเวลาอาหารเย็น ภายใต้แสงสลัวของโคมไฟภายในร้านอาหารริมแม่น้ำทูโบนเป็น

"caolao" อาหารเวียดนามหน้าตาเหมือนบะหมี่แห้ง ลองชิมแล้วรสชาติดีแต่ขาดความจัดจ้านแบบ

อาหารไทยแต่ถ้าเป็นคนไม่ทานเผ็ดและชอบผักคงพอใจ จริงๆไม่ได้สั่งอย่างเดียว แต่มีรูปแค่อย่าง

เดียวเพราะความหิวแท้ๆ

 

 

กลับจากเดินเที่ยวตัวเมืองเก่าฮอยอันแล้วต้องพาริสะไปจองตั๋วลงใต้ไปนาตรังเมืองชายทะเลของ

เวียดนาม ส่วนฉันต้องหาตั๋วขึ้นเหนือไปฮานอย เส้นทางของเราต้องแยกกันในวันพรุ่งนี้ ส่วนฉันจอง

สองอย่างคือตั๋วรถทัวร์และตั๋วเที่ยวโบราณสถานหมีเซินเพราะฉันจะพักที่ฮอยอันสองคืนคือคืนนี้และ

คืนพรุ่งนี้ เลือกจองแบบทัวร์ทั้งวันรวมการล่องเรือกลับฮอยอันด้วย

 

แปดโมงเช้ารถทัวร์มารับเราตามเวลาจากนั้นก็ลัดเลาะไปตามโรงแรมต่างๆเพื่อรับนักท่องเที่ยวตาม

ปกติ จุดมุ่งหมายประจำวันของเราวันนี้คือ หมีเซิน เศษซากแห่งอารยธรรมของชาวจามแห่งอาณาจักร

จามปา ที่ไกด์บอกกับเราว่ารุ่งเรืองในยุคเดียวกับปราสาทขอม แต่ปัจจุบันแทบจะไม่เหลือร่องรอย

ของชาวจามปาอยู่ในเวียดนามเลยภายหลังถูกกองทัพอันทรงอำนาจทั้งจากเขมรและสยามตีแตก ต่าง

ก็อพยพหลบหนีไปอยู่ตามที่ต่างๆแต่เป็นเพียงกลุ่มชนเล็กๆไม่ร่งเรืองเหมือนอดีต

 

 

 

โบราณสถานที่เราจะไปเป็นไม่ใช่ตัวเมืองแต่เป็นศาสนสถาน และเป็นอีกหนึ่งมรดกโลก แม้ว่าหลายส่วน

จะถูกทำลายอย่างหนักตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม แต่ก็ยังคงความวิจิตรงดงามไว้ให้ดูกันอยู่หลายจุด

ทีเดียว โดยเฉพาะรูกระสุนของชาวอเมริกัน ซึ่งพี่ไกด์ก็บรรยายเน้นย้ำเหลือเกิน แถมยังพาไปดูกันชัดๆทั้ง

รอยกระสุนและปลอกระเบิดที่พี่กันทิ้งลงมาจนทำลายโบราณสถานไปเยอะเหมือนกัน ตอกย้ำกันแบบไม่

เกรงใจลูกทัวร์ผมทองผมแดงกันเลย

 

 

และอีกหนึ่งประติมากรรมของหมีเซิน ที่ดูยังไงก็ดูคล้ายกับสัญลักษณ์ของเครื่องดืมยี่ห้อดังในเมืองไทย

ไม่รู้ว่าแรงบันดาลใจของเครื่องดื่มนี้มาจากที่นี่หรือเปล่าใครรู้ช่วยตอบด้วยแล้วกัน

 

 

จริงๆพื้นที่ของโบราณสถานแห่งนี้กว้างขวางเหลือเกิน แต่เพราะอากาศที่ร้อนระอุเหลือเกิน เราเดินดูกันไม่

กี่จุดที่เป็นจุดหลักๆ ก็ต้องขอยอมแพ้เดินย้อนกลับสู่จุดขึ้นรถแบบที่ไกด์ไม่ต้องรอ แต่เราต้องนั่งรอพี่ไกด์

แทน ที่นี่ฉันไม่ต้องเมื่อยมือฟุดฟิดฟอไฟเพราะมีเพื่อนร่วมทางเป็นพี่หนุ่มไทยทั้งสอง สบายใจไปอีกวัน แต่

ก็ยังอุตส่าห์มีชายไม่หนุ่มจากออสเตรเลียมาคุยด้วยเสียยืดยาว ไม่เอ่ยถึงพี่แก่แกไม่ได้เพราะเหมือนพรหม

ลิขิตที่เราได้เจอกันอีกครั้งที่ฮาลองเบย์ โลกนี้มันคงกลมเสียจริงๆ

 

เราจบวันกับพี่ไกด์ที่ท่าเรือเพื่อที่จะล่องกลับฮอยอัน แต่น้ำวันนี้สีเข้มเป็นชาเย็นทีเดียว แต่ที่ซึ้งสุดๆคง

ไม่ใช่สีแม่น้ำ แต่กลับเป็นอาหารเที่ยงของเราเพราะมันเป็นข้าวผัดมังสวิรัติกะกล้วยหนึ่งลูกจริงๆ อดคิด

ถึงทัวร์เมืองไทยไม่ได้ ไม่รู้ว่าอาหารของทัวร์บ้านเราเป็นแบบนี้หรือเปล่า ไม่เคยเที่ยวทัวร์หนึ่งวันกับ

ทัวร์ในเมืองไทยจริงๆเลยไม่รู้

 

 

กลับถึงห้องพักริสะกำลังพยายามยัดเจ้าโคมไฟสีสวยลงไปในกระเป๋าของเธอ เหลืออีกสองเมืองที่เธอต้อง

เดินทางตามจุดหมายสู่ไซง่อนแต่ที่ว่างในกระเป๋าเหลือน้อยเต็มที เราจากกันด้วยมิตรภาพในเย็นวันหนึ่ง

เมื่อเราทั้งสองต่างก็มีวิถีของตนเอง

 

  

 

อีกหนึ่งคืนที่ฮอยอันของฉันจบเร็วกว่าที่คาด บรรยากาศแบบนี้การเดินคนเดียวเป็นอันตราย

กับหัวใจจริงๆ

  

 

 

edit @ 7 Aug 2009 10:31:17 by บินสูง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รูปสวยทุกรูปเลยค่ะ ชอบโคมไฟหลายสี
"บรรยากาศแบบนี้เดินคนเดียวเป็นอันตรายกับหัวใจ" คำนี้โดนค่ะ จริงๆด้วยล่ะ อาจทำให้เหงาได้ งั้นต้องไปเดิน สองต่อสอง กะ คนรู้ใจ อันนี้คงไม่เป็นอันตราย แต่จะเพิ่มความรักเนาะ อิอิHot!

#1 By Pat on 2009-08-06 10:25

ชอบโคมไฟมากเลยค่ะ สวยจัง
อ่านสนุกเหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเลย

ช้างหันหน้าชนกันอยู่นั่นเหรอ..ใช่มั๊ยค่ะ นั่นสิเนาะคิดสัญลักษณ์นี้มาจากไหน

big smile big smile

#2 By โต๊ะคิ้งส์ on 2009-08-06 10:48

ประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศน่าค้นหาจริงๆ ครับ

แต่ว่าการต้องจากเพื่อนร่วมทางนี้
อันตรายจริงๆ ครับ
big smile
ชอบรถไฟของเวียดนามครับ

รถขบวนยาววิ่งไปตามหมู่บ้าน แต่ละบ้านหน้าตาละม้ายคล้ายฝรั่ง

ไปเที่ยวกี่วันครับเนี่ย รูปสวยจัง

#4 By Clepsydra:: on 2009-08-06 11:46

อ๋าาา บ้านโคมแดงมาจากเวียดนามนี่เอง ...confused smile

#5 By 'ฟาย..ฟลาย on 2009-08-06 12:01

รูปโดนใจอีกแล้ว
โคมไฟ ถ่ายมาได้สวยมากๆ เลยค่ะ..

สัญลักษณ์รูปช้างหันหน้าชนกัน..สิค่ะ..ที่เหมือนกันbig smile

ภาพสุดท้ายได้บรรยากาศยามเย็น..ดีจริงๆค่ะ..

big smile
ชอบภาพแรก และภาพสุดท้ายค่ะ

โคมไฟสวยมาก บรรยากาศภาพสุดท้าย สวยดี

อาหารของทัวร์นี้ท่าจะทานยากเนอะ

ข้าวผัดมังสะวิรัติ กะกล้วยเนี่ย big smile

#8 By ไผ่ลู่ลม on 2009-08-06 17:59

บรรยากาศเงียบสงบ..เหงา ๆ


อารยธรรม ที่ยังอยู่ให้้เห็น...double wink

#9 By นาย ช บ า on 2009-08-06 20:22

ลงท้ายได้หวานมาก

และผมขอยกสองมือเห็นด้วยทุกสิ่งเลยครับ

ตอนผมไปประทเศใกล้บ้านทั้งลาวจีนเวียดนามทุกวันผมจะลงมาเดินๆๆๆถ่ายรุปๆๆหาของท้องถิ่นกิน

ถึงจะไปแบบทัวร์แต่ก็ได้อะไรมากกว่าที่คิดเยอะเลยถึงจะเป็นเวลาไม่นาน

แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดเสมอเวลาเดินอยู่คนเดียว

มันเหงาหัวใจจริงๆครับ อยากให้ใครซักคนซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร เค้ามาเดินกับเราด้วยจริงๆ



ปล.โคมไฟสวยมากครับผมไปฮอยอันแค่ไปชอปอยากไปแบบนี้จัง ^ ^

#10 By k_i on 2009-08-07 02:32

รูปสุดท้าย สวยมากค่ะ
น่าอิจฉา ค่ะ เดินทางคนเดียว แม้เปล่าเปลี่ยว แต่เป็นอิสระ
ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะconfused smile

#11 By ta_THINK_nhong on 2009-08-07 18:13

ก็ต้องทำใจอย่างเดียว

#12 By ไผ่ลู่ลม on 2009-08-07 18:56

คุณเจียว # เคยอ่านข่าวว่าคุณน้อยวงพรูไปจัดงานแต่งที่
ฮอยอันตอนนี้ไม่สงสัยแล้วว่าทำไม
คุณคิ้งส์ # แอบซื้อมาทำโรแมนติกตั้งสองอันแนะ
คุณ clepsydra# ทั้งทริปก็เกินครึ่งเดือนค่ะ
confused smile confused smile confused smile

#13 By บิน on 2009-08-07 19:52

เมืองเค้าน่าเที่ยวจังเลยค่ะ..อยากมีโอกาสไปเที่ยวซักหนจังเลยค่า...cry

#14 By Kiss The Rain on 2009-08-10 21:53